Author name: Admin Tony

Hello โอซาก้า ในวันฟ้าหม่นฝนพรำ USJ | Arima Onsen | Kobe

ถ้าหากโตเกียวคือศูนย์กลางของการเดินทางและท่องเที่ยวของทางคันโต ทางคันไซนั้นก็คือโอซาก้านั่นเอง สำหรับคนที่มาครั้งแรก ยังไงก็คงต้องไปตามจุดเช็คอินยอดนิยมให้ครบเสียก่อน ส่วนปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ก็คือดินฟ้าอากาศ แต่จะสนุกและมีสีสันได้อย่างไร ถ้าทุกคนได้เจอประสบการณ์แบบเดียวกันเหมือนๆ กันในทุกทริป ดังนั้นสำหรับเราทุกเงื่อนไขทุกเรื่องที่เจอในการเดินทางนั่นคือสิ่งพิเศษที่เกิดขึ้นทั้งหมด เข้าที่พักเพื่อฝากกระเป๋ากันก่อน ที่ UNIZO INN ใกล้กับสถานี Shin Osaka เพียงแค่เดินข้ามฝั่งถนนมา ระหว่างทางเดินเพื่อมายังศาลเจ้า Yasaka ผ่านสวนหย่อมในเมืองที่ดูร่มรื่น แต่อันตรายจากทางเท้าที่นี่จะต่างจากบ้านเรา ก็คือคนขี่จักรยาน จะค่อนข้างเร็วต้องระวังหลังทุกครั้ง บริเวณศาลเจ้าไม่ได้กว้างนัก แต่โดยรวมจัดพื้นที่ค่อนข้างลงตัว แต่บอกเลยว่าไม่ง่ายที่คุณจะได้รูปเดี่ยวสวยๆ ถ้ามาช่วงคนหนาแน่นในเวลากลางวันอาจต้องใช้เวลารอคิวกันสักพัก แนะนำให้หามุมกล้อง หรือเอาตัวบังคนอื่นแทนที่จะเสียเวลารอ มาต่อกันที่ โดทงโบริ ย่านการค้าที่คึกคัก และเป็นแลนด์มาร์กให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นมุมถ่ายภาพกับป้ายโฆษณากุลิโกะยอดนิยม ส่วนตัวแล้วมักจะเลี่ยงพื้นที่ที่คนแออัด จึงแค่แวะมาเดินเล่นถ่ายภาพ และหาอะไรกินเล่นเท่านั้น โอเค! ฉันมาถึงโอซาก้าแล้วนะ (ไม่งั้นคนอื่นจะไม่เชื่อ) ไม่รู้ว่าใครมาลืมแก้วเบียร์ไว้บนสะพานนี้ สงสัยเมื่อคืนน่าจะเอาเรื่องอยู่.. เดินลัดเลาะไปเรื่อยเปื่อย นั่งรถไฟบ้างอะไรบ้าง ตกหัวค่ำมาโผล่ย่าน ชิน เซไก  แสงไฟสีสันจัดจ้านของหอคอยซึเทนคาคุ และร้านค้าบริเวณนั้น โดดเด่นมีเอกลักษณ์ ทำให้นักท่องเที่ยวต้องแวะเวียนกันมาช่วงพลบค่ำเพื่อจะได้เห็น หอคอยมีต้นแบบมาจากหอไอเฟล ของฝรั่งเศส มีความสูง 103 เมตร …

Hello โอซาก้า ในวันฟ้าหม่นฝนพรำ USJ | Arima Onsen | Kobe Read More »

‘Kyoto’ เที่ยวแบบ Slow life ตามลายแทงหนัง ซีรีย์

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ ได้วางเอาไว้ตั้งแต่ก่อนสถานการณ์โควิดแล้ว และเมื่อพอเปิดประเทศให้เดินทางได้ตามปกติ เราก็ดันเลือกไปแถบคิวชู แล้วต่อด้วยทริปเนปาลก่อนซะอย่างงั้น! ครั้งนี้ฤกษ์ดี ตั๋วโปรฯ มีพร้อม จึงกดวันลาแล้วก็รีบแจ้นมาแบบไม่ให้มีแพลนอื่นมาแทรกได้อีก วันแรกเมื่อมาถึงเกียวโต หลังจากฝากสัมภาระยังที่พัก เราก็แวะมาเดินเล่นบริเวณแม่น้ำ Kamo ในบรรยากาศฝนพรำกำลังโรแมนติก เหมือนฉากในหนังเรื่อง ‘ぼくは明日、昨日のきみとデートする’ หรือ ‘My Tomorrow, Your Yesterday’ ที่คู่พระเอกนัดเดทครั้งแรกกันที่นี่ อุณหภูมิที่ต่ำลง กับฝนโปรยปราย ทำให้ค่อนข้างหนาว ก็เลยไม่สามารถอยู่กลางแจ้งได้นานนัก จึงแวะหาที่หลบฝนไปเดินชมเมืองไปพลาง ทั้งยังหาเครื่องดื่มร้อนๆ มาไว้ในมืออยู่เสมอ ฟ้าหลังฝน และอาทิตย์ยามเย็น กับบรรยากาศริมแม่น้ำ หากในวันอากาศดีๆ คงเป็นที่พักผ่อนนั่งชิลทำกิจกรรมกับครอบครัว คู่รัก ตอนเลิกงานหรือวันหยุด  เดินต่อมายังบริเวณถนนเลียบคลอง Shirakawa บริเวณที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนร้านค้าแบบญี่ปุ่นโบราณ ราวกับกำลังย้อนอดีต บรรดาสาวไมโกะ และเหล่าเกอิชา เดินผ่านไปผ่านมาให้ได้เห็นกันอยู่เนืองๆ ความคุมโทนในการออกแบบบ้านเรือน รวมไปถึงการแต่งตัวของผู้คน เป็นภาพติดในใจเมื่อนึงถึงประเทศนี้ขึ้นมาในทุกครั้ง หากใครได้ดูซีรีย์ชุด The Makanai: Cooking for the Maiko House อาจผ่านตาหรือจำหลายๆ มุมในบริเวณนี้ได้ …

‘Kyoto’ เที่ยวแบบ Slow life ตามลายแทงหนัง ซีรีย์ Read More »

Trekking เนปาล กับวิวยอดหางปลามัจฉาปูชเร

‘เนปาล’ คือประเทศที่คุณควรใส่ไว้ใน bucket list และมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ของนักเดินทาง ท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินขึ้นเขา trekking ยิ่งไม่ควรพลาด ทริปนี้เป็นเราเลือกที่จะไปเส้น Mardi Himal ขึ้นไปดูยอดมัจฉาปูชเรแบบเต็มตาข้างบนกัน โดยใช้เวลาในการเดินทั้งสิ้น 4 วัน 4 คืน   ยอดเขามัจฉาปูชเร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู ในฐานะที่พำนักของพระศิวะ จาก High camp มองไปก็สวยงามกว่าที่คิดแล้ว แต่จุดหมายเราคือขึ้นไปให้ถึงวิวพอยท์   เทือกเขาซ้อนสลับกันบังตะวันสาดยามเช้า ที่เรสท์แคมป์ ธงมนต์ที่ผูกไว้ตามจุดต่างๆ บนยอดเขา วิวพอยท์ หรือเบสแคมป์ ซึ่งช่วงที่เราไปคือปลายเดือนตุลาคม ซึ่งก็เป็นไฮซีซั่น เช่นเกียวกับช่วงเดือนเมษายนของทุกปี อากาศจะเย็นกำลังดีระหว่างทางยังไม่มีน้ำแข็งจากหิมะเกาะบนพื้นทางเดินมากนัก วิวข้างทางตลอดการเดินทางนั้นจะเป็นป่าโบราณสลับไปกับแนวสันเขา ไม่ค่อยอันตราย แต่ที่ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่ที่ไม่ใช่สายออกกำลังกาย เพราะต้อง ขึ้น และขึ้น อย่างเดียว จนอาจตาลายเมาขั้นบันไดกันไปเลย ดังนั้นควรเตรียมความพร้อมทางร่างกายพอสมควร ออกแรงกำลังขา ฝึกหายใจให้คงที่สม่ำเสมอ เมื่อเดินจริงก็ไม่ต้องรีบร้อน ส่วนสมาร์ทวอทซ์ ที่จับการเต้นของหัวใจสามารถช่วยเตือนให้คุณหยุดพักได้ แต่หากไม่มีก็ไม่เป็นไร เน้นพักบ่อย …

Trekking เนปาล กับวิวยอดหางปลามัจฉาปูชเร Read More »

เจแปน แพลน 3 วัน 3 สไตล์ ไปทางเดียวกัน

รีวิวเที่ยวแบบแยกวันแต่ไม่เรียงวัน เลือกไปได้ตามสะดวกกับแผนการเดินทางของคุณ ฟุกุโอกะที่ๆ หลายๆ คนเลือกมาเพราะราคาตั๋วที่ไม่แพนัก แต่กลับหลงรักและอยากกลับมาซ้ำอยู่เสมอๆ เหมือนโดนป้ายยาให้ซะแล้ว วันแรกเป็นวันที่มาจากสนามบินฟุกุโอกะ แม้ว่าไฟลท์ที่มาถึงตอนเช้าจะมีเวลาเที่ยวได้ทั้งวัน แต่เอาเข้าจริงแล้วหลายคนอาจเพลียจากการเดินทาง ดังนั้นการเที่ยวในเมืองที่ไม่ไกลนักอาจเป็นคำตอบ Day 1 เริ่มต้นด้วยการนั่งรถไฟไปลงที่สถานีดาไซฟุ ความคึกคักของย่านการค้าระหว่างทางที่เดินเข้าไปยังศาลเจ้า ยิ่งสายๆ คนยิ่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วงปลายตุลาคม จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน สามารถชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี และมุมถ่ายภาพสวยๆ ได้ที่นี่ เดินตามกระแสมวลชนแบบไม่ต้องดูแมพ เพราะยังไงก็ไปสุดอยู่ตรงศาลเจ้าเป้าหมายเดียวกันแน่นอน  บริเวณรอบๆ สระน้ำ มีสะพานแดง ซึ่งแต่ละสะพานที่มีนิยามความหมายถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แถวไหว้พระขอพรยาวไปจนถึงหน้าทางเข้า เท่าที่สังเกตุจะมีนักเรียนนักศึกษามากันเยอะ แบบเป็นรถบัสเหมามากันเลยก็มี เหมือนจะได้ยินว่าขึ้นชื่อเรื่องขอให้สอบผ่าน โดยใช้ป้ายไม้ที่เขียนสิ่งที่ปรารถนาลงไปแล้วนำไปแขวน และอีกจุดหนึ่งก็คือรูปปั้นวัวทองที่คนแวะเวียน มาสัมผัส มาทัชกัน ออกมาด้านนอกก็หิวพอดี ยิ่งร้านเยอะยิ่งโจทย์ยากเพราะเลือกนาน ร้านที่ดูเหมือนจะมีส่วนประกอบของเมนไทโกะ ของขึ้นชื่อของที่นี่ รสชาติเหมือนข้าวต้มอาหารทะเลทั่วไป ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ถึงกับว้าว คิดว่าเอาไปทำเมนูอื่นอาจถูกปากเรามากกว่า อุเมะกาเอะโมจิ อันนี้ดูมาหลายรีวิวไม่ลองคงไม่ได้ อากาศหนาวๆ ของหวานร้อนๆ ยังไงก็สามผ่าน นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nishitetsu Ogori เพื่อมารอรถบัสต่อไปยัง Tosu Premium Outlet รถจะมาจอดที่ตรงข้ามเอาท์เลท และสามารถเดินข้ามทางเชื่อมด้านบนไปอีกฝั่งได้เลย หน้าหนาวท้องฟ้ามืดลงเร็วมาก …

เจแปน แพลน 3 วัน 3 สไตล์ ไปทางเดียวกัน Read More »

เดินชิลยูฟุอิน นอนฟินที่เบปปุ

ทริปเดินเล่นที่ยูฟุอิน และไปนอนค้างแรมกันต่อสองคืนที่เบปปุ เป็นแพลนที่จะไปพักโรงแรมสไตล์เรียวกัง  และแช่ออนเซนกันเพื่อคลายเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางมาต่อเนื่อง 4 วันก่อนหน้า  แต่ไปๆ มาๆ ก็อดที่จะเดินเล่นกันทั้งวันเหมือนเดิมไม่ได้ ก็มาญี่ปุ่นทั้งทีนี่นา เนอะ! บ่อน้ำพุน้ำร้อนสีเขียวทะเลที่ควันพวยพุ่ง ตัดกับกับฉากหลังประตูโทริอิสีแดง ที่ ‘Umi Jigoku’ สถานีรถไฟคุรุเมะ ที่เรามาลงเพื่อต่อขบวน “ยูฟุอิน โนะ โมริ” เนื่องจากยังพอมีเวลาก่อนรถไฟจะมา เราจึงเดินออกมาเก็บภาพความสวยงามสไตล์วินเทจของสถานีแห่งนี้ ยูฟุอิน โนะ โมริ สายรถไฟดีไซน์คลาสสิค ที่ต้องจองล่วงหน้าเพื่อที่จะได้นั่ง ด้านในรถไฟตบแต่งสวยงามสไตล์ยุโรป ในส่วนของที่นั่ง ผนัง และเพดาน สีสันก็ดูอบอุ่น ผ่อนคลาย ลงตัวไปหมด โดยแต่ละตู้โดยสาร ก็จะมีดีไซน์โทนสี และที่นั่งที่เป็นเอกลักษณ์ ตู้เสบียงที่มีคนไปยืนต่อแถวรอถ่ายรูปกันแน่นขนัด และวิวธรรมชาติสองข้างทางที่มีพนักงานคอยบรรยายให้ฟังเมื่อรถหยุดในแต่ละครั้ง สตอเบอรี่จากอะโสะ ที่ซื้อมาเมื่อวานหวานฉ่ำ นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักที่นี่ แนะนำว่าให้รีบฝากกระเป๋าที่สถานีตั้งแต่ลงรถไฟมา เพราะตู้จะเต็มเร็วมาก ตุ๊กตาและของฝากจากสตูดิโอจิบลิ เป็นที่นิยมนำมาวางขายเกือบทุกร้าน แม้ใบไม้จะร่วงโรยไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังคงความงดงามตามฤดู ตามสิ่งที่เราเลือกที่จะมอง ส่วนมุมถ่ายมหาชนที่ทะเลสาบคินริน ที่ถ่ายยังไงก็ไม่ได้หมอกบนไอน้ำเยอะๆ เหมือนรีวิว หากคุณไม่ได้มาช่วงเช้า หรืออุณหภูมิอากาศที่เหมาะสม Floral …

เดินชิลยูฟุอิน นอนฟินที่เบปปุ Read More »

กลิ่นอายย้อนยุคแห่งเมืองแห่งประวัติศาสตร์

นางาซากิ ไปเช้าเย็นกลับจากฟุกุโอกะด้วยรถไฟชินคันเซน ทำให้เราสามารถลงมายังสถานที่อันสวยงาม ทางตอนใต้ของฝั่งคิวชูได้ไม่ยาก  และใช้เวลากับทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ได้คุ้มค่า โดยรถไฟชินคันเซ็น ขบวนสาย Kamome เพิ่งเปิดบริการในปี 2022 ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวสะดวกยิ่งขึ้น วิวแรกหน้าสถานีสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นบ้านเมืองขนาดใหญ่ที่สร้างบนภูเขาอย่างเรา ถือว่าว้าวอยู่ไม่น้อย สะพานลอยหน้าสถานี ที่ตกแต่งเพื่อให้เป็นสวนหย่อมสาธารณะเพื่อนั่งพักผ่อนได้ด้วย วันนี้ได้นั่งรถรางหลายแบบ หลากสี เต็มอิ่มทั้งวัน ห้องคนขับของรถรางที่นี่ ซึ่งจะมีอยู่ทั้งสองฝั่งของรถราง เดินจากป้ายรถเข้ามาประมาณ 200 เมตร ก็ถึงทางเข้าของ Chinatown ซึ่งในช่วงเช้านี้ยังไม่ค่อยมีคนมาเดินมากนัก ร้านอาหารจีนทุกร้านต้องมีจัมปง เมนูขึ้นชื่อของนางาซากิ คาคุนิมันจูหรือซาลาเปาไส้หมูสามชั้นละลายในปาก จับพิกัดเดินทะลุมายังสะพาน Dejima ย่านนี้จะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป  โดยสมัยก่อนเป็นที่อยู่ของชาวโปรตุเกส และพ่อค้าชาวดัตซ์ ตามลำดับ เดินลัดเลาะมาตามคลองทางขวามือ เพื่อไปยัง Meganebashi หรือสะพานแว่นตา นักบวช โมคุชิ เนียวโจ เซนจิ ผู้สร้างสะพาน นั่งต่อมายังสถานี Oura Cathedral และแวะกินมื้อเที่ยงกันก่อน บรรยากาศของร้านไม่บอกก็รู้ว่ามาสเตอร์เป็นแฟนบอลพันธุ์แท้อย่างแน่นอน ข้าวหน้าตุรกี ของขึ้นชื่อทางร้าน และ lunch set แบบลูกผสม จากถนนเดินขึ้นเนินลาดชัน ไปยัง Glover …

กลิ่นอายย้อนยุคแห่งเมืองแห่งประวัติศาสตร์ Read More »

หมดปัญหาลูกงอแงไม่ยอมกลับบ้าน ก็นอนค้างมันซะเลย!

หากกำลังหาสถานที่พักผ่อนสุดสัปดาห์สำหรับครอบครัว ด้วยการเอาใจเจ้าตัวน้อย แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็ยังสามารถเอ็นจอยไปกับคาเฟ่ และร้านอาหารได้ด้วยแล้วล่ะก็ ที่นี่อาจเป็นคำตอบที่ดีสำหรับคุณ ที่พักแบบใหม่เอาใจสายครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ หรือเพลิดเพลินกับกิจกรรม แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในสายตาผู้ปกครอง เรียกได้ว่าอยู่กันทั้งวันแบบเช้ายันเย็นได้โดยไม่มีเบื่อ หรือจะอยู่กันข้ามคืนก็ยังได้! เพราะที่นี่มีบริการห้องพักหลากหลายสไตล์ ตกแต่งแบบสุดแสนที่จะอบอุ่น แยกหลังแบบส่วนตัว พร้อมบริการห้องอาหารทั้งเช้าและเย็นแบบไม่ต้องกังวลเรื่องความสะดวกกันเลยทีเดียว โซนสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่ทำให้ลืมเวลากันไปเลย ไม่มีง่วง ไม่มีหิวแน่นอนงานนี้ สถานที่ถูกตกแต่งไว้ได้สวยงาม น่ารักทุกมุม อีกมุมห้องอาหารริมแม่น้ำ ซึ่งที่นี่มีห้องอาหารไว้บริการถึง 3 จุดด้วยกัน เพื่อรองรับในวันหยุด บรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำ หมดปัญหาเด็กๆ งอแงไม่ยอมกลับบ้าน ก็ชวนนอนมันที่นี่ด้วยกันซะเลย! สำหรับผู้ที่ไม่ได้จองห้องพัก เพียงแค่ยื่นใบเสร็จการใช้บริการก็สามารถเข้าเล่นได้ ผู้ปกครองสามารถเข้ามาข้างในได้ (มีเจ้าหน้าที่) มีกิจกรรมให้กับเด็กๆ อย่างครบวงจร ทุกช่วงอายุ อาทิเช่น สนามเด็กเล่นสำหรับสายไฮเปอร์พลังงานสูง หรือ มุมสำหรับคอร์สศิลปะ งานฝีมือ สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย หรือชอบการแสดงออกในอีกแบบ ที่นี่ก็มีให้ปลอดปล่อยจินตนาการด้วยเช่นกัน ผลงานศิลปะของน้องๆ ที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้ด้านหน้า ห้องพัก Middle 3 เป็นแบบสองที่นอน มีชั้นลอย เหมาะสำหรับเด็กโตขึ้นมาอีกหน่อย ตกแต่เรียบง่ายมีสไตล์ พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน …

หมดปัญหาลูกงอแงไม่ยอมกลับบ้าน ก็นอนค้างมันซะเลย! Read More »

‘The Tree Riverside’ นอนเต็นท์สบายๆ ใกล้ๆ กรุง

การพักผ่อนในบรรยากาศแบบธรรมชาติบางครั้งอาจจะต้องรอในวันหยุดยาว เนื่องจากจะต้องใช้เวลาเดินทางออกนอกเมือง และมุ่งเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ หรือจุดกางเต็นท์ที่อันแสนสงบที่ห่างไกลออกไป จึงทำให้เสียเวลาไปกับการเดินทางค่อนข้างมาก แต่ที่จังหวัดเพชรบุรี บริเวณพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติแก่นกระจาน มีสถานที่พักผ่อนแนว Glamping ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคนเมืองที่ต้องการบรรยากาศที่แตกต่าง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายมากกว่า Camping ที่สำคัญคือห่างจากกรุงเทพเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น เพราะเวลาค่อนข้างกระชั้นชิดจึงไม่สะดวกที่จะเตรียมอุปกรณ์ตั้งแคมป์มา ครั้งนี้เราจึงเลือกจะมาพักที่ ‘The Tree Riverside’  เพราะต้องการความสะดวกสบายแต่ก็ยังได้ฟีลใกล้ชิดธรรมชาติแบบติดดิน เมื่อได้เข้ามาเช็คอินก็พบว่าที่นี่มีห้องพักหลากหลาย type มาก ไม่ว่าจะมาแบบครอบครัว หรือต้องการพื้นที่ส่วนตัวแบบเหมาหลัง จุดเด่นคือพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวาง สามารถเดินเล่นทำกิจกรรมได้มากมาย เช่น สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ขี่จักรยาน พายเรือแคนู หรือมุมสวยๆ แบบธรรมชาติ เอาไว้ให้เลือกถ่ายภาพริมแม่น้ำ และยังมีห้องฟิตเนสสำหรับสายสุขภาพอีกด้วย บริเวณด้านหน้าล็อบบี้ ห้องอาหารมีบริการรับจัดเลี้ยงสัมมนา ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เข้าพักก็นิยมมารับประทานอาหารที่นี่ บรรยากาศบริเวณริมลำธาร เอาใจสายปาร์ตี้แนวเพื่อนฝูง ด้วยห้องพักโซนสระว่ายน้ำ โดยห้องแนว Tent ที่เราพักยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายด้วย ห้องน้ำแยกส่วน โซฟา ทีวี และที่นอนนุ่มๆ หากต้องการดูแบบห้องพักประเภทอื่นๆ หรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถกดเข้าไปดูได้ที่ Facebook fanpage : the …

‘The Tree Riverside’ นอนเต็นท์สบายๆ ใกล้ๆ กรุง Read More »

พระสมุทรเจดีย์อยู่ที่ไหน? ทำไมต้องข้ามไปอีกฝั่ง

งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “งานเจดีย์” ของชาวจังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นงานวัดที่ใกล้กรุงเทพที่ใหญ่ที่สุด และมีกิจกรรมต่อเนื่องในแต่ละปีประมาณ 9-12 วัน จุดที่เดินทางง่าย และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจะเป็นบริเวณศาลากลางฝั่งอำเภอเมือง ซึ่งจะปิดถนนหลักและตั้งเป็นถนนคนเดินยาวไป-กลับ ต่อเนื่องกันประมาณ 2 กิโลเมตร แต่แท้จริงแล้วสถานที่ตั้งเจดีย์ดังกล่าวตั้งอยู่ที่ ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลปากคลองบางปลากด หากมาทางอำเภอเมืองจำเป็นต้องนั่งเรือข้ามฟากไปยังอีกฝั่งจากท่าเรือปากน้ำ (ในงานเทศกาลจะมีท่าเรือข้ามฟากชั่วคราวบริการที่บริเวณศาลากลางจังหวัด) แต่เดิม “พระเจดีย์กลางน้ำ” หนึ่งในสิ่งขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรปราการนั้น ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ที่มีแม่น้ำล้อมรอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป น้ำได้ลดลงจนต่อมาสามารถเชื่อมต่อกับพื้นแผ่นดินริมฝั่ง พระสมุทรเจดีย์กลายเป็นศูนย์รวมสถาปัตยกรรมไทย จีน และตะวันตก ในแต่ละปีจะมีการอัญเชิญผ้าแดงผืนใหญ่แห่รอบเมือง และนำมาห่อหุ้มเจดีย์ ในแต่ละปีผู้คนและร้านค้าจะรอคอยเพื่อที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองกัน มีร้านอาหาร สตรีทฟู้ด และสินค้าท้องถิ่นมากมาย รวมถึงการทำบุญบริจาคให้กับวัดของพุทธศาสนิกชน ในปัจจุบันบริเวณรอบๆ พระสมุทรเจดีย์ ได้ปรับพื้นและบริบทโดยรอบ ให้ดูสวยงามกลายเป็นสถานที่ออกกำลังกาย นั่งพักผ่อนชมวิวริมปากแม่นํ้าเจ้าพระยา ปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 – 16.00 น. ตั้งอยู่บน ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลปากคลองปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เช่นเดียวกับฝั่งอำเภอเมือง ทางฝั่งพระสมุทรเจดีย์ ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มักจะข้ามฟากเพื่อมาเดินเที่ยวชมงานที่ฝั่งปากน้ำด้วยเหมือนกัน ในปัจจุบันบริเวณรอบๆ พระสมุทรเจดีย์ ได้ปรับพื้นและบริบทโดยรอบ ให้ดูสวยงามกลายเป็นสถานที่ออกกำลังกาย …

พระสมุทรเจดีย์อยู่ที่ไหน? ทำไมต้องข้ามไปอีกฝั่ง Read More »

โยนหรือรับ? กับประเพณีขว้างดอกไม้ข้ามน้ำของชาวบางพลี

งานประเพณีโยนบัวถูกจัดขึ้นทุกปีที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ประมาณช่วงเดือนตุลาคม หรือปลายปี โดยหลวงพ่อโตจำลองจะถูกนมัสการมาไว้บนเรือที่ประดับด้วยดอกไม้เครื่องบูชา ที่จะล่องออกมายังคลองสำโรง ให้ชาวบ้านได้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล และขวัญกำลังใจ หลังจากสองปีที่เกิดวิกฤติไวรัสระบาด ปีนี้จึงถือว่าเป็นปีแรกที่ผู้คนส่วนใหญ่เฝ้ารอที่จะมีส่วนร่วม จึงทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก   งานวัดในประเทศไทยนั้นมีเกือบตลอดทั้งปีทุกภูมิภาค เพราะชาวไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่กิจกรรมที่สำคัญทางศาสนานั้นจะมีเพียงไม่กี่ครั้งในแต่ละภูมิภาค อย่างไรก็ตามพิธีกรรมบางอย่างนั้นประกอบตามแบบแผนพราห์ม ฮินดู ซึ่งหลอมรวมมาอย่างยาวนานมากกว่า กิจกรรมที่ขึ้นชื่อคือการโยนดอกบัวไปที่เรือที่พระพุทธรูปอยู่ โดยเชื่อกันว่าหากโยนลงไปในเรือได้สำเร็จคำอธิษฐานจะเป็นจริง เรียกว่า “ประเพณีโยนบัว” แล้วดอกบัว เรือ และพระพุทธรูป มาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง?   ประวัติความเป็นมาแบ่งเป็นสองเรื่องใหญ่ๆ คือ ในสมัยก่อนคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ได้พบพระพุทธรูปลอยตามน้ำ และมาติดอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าของคลองสำโรง ประหนึ่งดั่งว่าต้องการจะประดิษฐานไว้ยังสถานที่แห่งนี้ จึงพากันอัญเชิญมาไว้ที่วัดบางพลีใหญ่ใน ตั้งแต่นั้นมา ส่วนเรื่องเกี่ยวกับดอกบัวนั้น ในสมัยก่อนถิ่นแท้แต่นี้ประกอบไปด้วยผู้คนเชื้อชาติไทย รามัญ และมอญ อยู่กันอย่างรักใคร่กลมเกลียวประดุจพี่น้อง ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานเพื่อขยับขยายทำกินกันในทางเกษตรกรรม ชาวรามัญนั้นไปตั้งรกรากในแถบลาดกระบังอยู่ได้ไม่นาน ก็ประสบปัญหา ต่อมาจึงมีการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ ซึ่งมีการใช้ดอกบัวเป็นจำนวนมาก จึงไหว้วานให้คนไทยช่วยเก็บดอกบัวเอาไว้ให้ที่วัด เพราะรู้กันว่าบริเวณถิ่นเดิมนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในแต่ละปีเมื่อถึงเวลานัดหมายก็จะมีขบวนแห่ ดนตรี ปี่พาทย์ กลองยาว เป็นที่ชวนหัวสนุกสนาน และมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อเวลาผ่านไปจึงยึดถือเอาเป็นประเพณี โดยเริ่มแรกหากคนต่างถิ่นที่แวะเวียนมาร่วมพิธีในงานวัดด้วยการโดยสารทางเรือ …

โยนหรือรับ? กับประเพณีขว้างดอกไม้ข้ามน้ำของชาวบางพลี Read More »