งานประเพณีโยนบัวถูกจัดขึ้นทุกปีที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ประมาณช่วงเดือนตุลาคม หรือปลายปี โดยหลวงพ่อโตจำลองจะถูกนมัสการมาไว้บนเรือที่ประดับด้วยดอกไม้เครื่องบูชา ที่จะล่องออกมายังคลองสำโรง ให้ชาวบ้านได้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล และขวัญกำลังใจ หลังจากสองปีที่เกิดวิกฤติไวรัสระบาด ปีนี้จึงถือว่าเป็นปีแรกที่ผู้คนส่วนใหญ่เฝ้ารอที่จะมีส่วนร่วม จึงทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก
งานวัดในประเทศไทยนั้นมีเกือบตลอดทั้งปีทุกภูมิภาค เพราะชาวไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่กิจกรรมที่สำคัญทางศาสนานั้นจะมีเพียงไม่กี่ครั้งในแต่ละภูมิภาค อย่างไรก็ตามพิธีกรรมบางอย่างนั้นประกอบตามแบบแผนพราห์ม ฮินดู ซึ่งหลอมรวมมาอย่างยาวนานมากกว่า
กิจกรรมที่ขึ้นชื่อคือการโยนดอกบัวไปที่เรือที่พระพุทธรูปอยู่ โดยเชื่อกันว่าหากโยนลงไปในเรือได้สำเร็จคำอธิษฐานจะเป็นจริง เรียกว่า “ประเพณีโยนบัว”
แล้วดอกบัว เรือ และพระพุทธรูป มาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง?
ประวัติความเป็นมาแบ่งเป็นสองเรื่องใหญ่ๆ คือ ในสมัยก่อนคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ได้พบพระพุทธรูปลอยตามน้ำ และมาติดอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าของคลองสำโรง ประหนึ่งดั่งว่าต้องการจะประดิษฐานไว้ยังสถานที่แห่งนี้ จึงพากันอัญเชิญมาไว้ที่วัดบางพลีใหญ่ใน ตั้งแต่นั้นมา
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับดอกบัวนั้น ในสมัยก่อนถิ่นแท้แต่นี้ประกอบไปด้วยผู้คนเชื้อชาติไทย รามัญ และมอญ อยู่กันอย่างรักใคร่กลมเกลียวประดุจพี่น้อง ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานเพื่อขยับขยายทำกินกันในทางเกษตรกรรม
ชาวรามัญนั้นไปตั้งรกรากในแถบลาดกระบังอยู่ได้ไม่นาน ก็ประสบปัญหา ต่อมาจึงมีการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ ซึ่งมีการใช้ดอกบัวเป็นจำนวนมาก จึงไหว้วานให้คนไทยช่วยเก็บดอกบัวเอาไว้ให้ที่วัด เพราะรู้กันว่าบริเวณถิ่นเดิมนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในแต่ละปีเมื่อถึงเวลานัดหมายก็จะมีขบวนแห่ ดนตรี ปี่พาทย์ กลองยาว เป็นที่ชวนหัวสนุกสนาน และมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างอบอุ่น
เมื่อเวลาผ่านไปจึงยึดถือเอาเป็นประเพณี โดยเริ่มแรกหากคนต่างถิ่นที่แวะเวียนมาร่วมพิธีในงานวัดด้วยการโดยสารทางเรือ คนท้องถิ่นก็จะเตรียมดอกบัวเอาไว้เพื่อมอบให้โดยยื่นให้จากริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งแสดงถึงมิตรภาพและน้ำใจ จึงเป็นที่มาของคำว่า “ประเพณีรับบัว”
ต่อมาจึงถูกนำไปใช้ร่วมกับประเพณีที่แห่หลวงพ่อประจำปีด้วยการโยนขึ้นไปบนเรือ เพื่อเสี่ยงทายให้สมหวังในสิ่งปรารถนา บ้างก็เรียก “โยนบัว”
โดยชาวจังหวัดสมุทรปราการจะทราบกันดีว่าในช่วงปลายปีเมื่อผ่าน “ประเพณีรับบัว” แล้ว ก็จะมีงาน “งานพระสมุทรเจดีย์” ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งกิจกรรมทางศาสนานั้นบางครั้งการกำหนดวันจะแตกต่างออกไปตามข้างขึ้นข้างแรม นักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบวันที่แน่นอนอีกครั้งจากเว็บไซต์ หรือเพจ ท้องถิ่น
การเดินทางมายังตลาดโบราณบางพลี : เปิดทุกวันตั้งแต่ 8 โมง – บ่ายสาม (วันเสาร์-อาทิตย์ ร้านค้าที่มาเปิดจะเยอะกว่า)
จากกรุงเทพฯ – สมุทรปราการ | รถไฟฟ้า BTS : ลงสถานีสำโรง ทางออก 1 เดินย้อนกลับมาห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล (ในอนาคตจะมีสถานีที่ใกล้กว่าในสายสีเหลือง) |
ต่อรถตู้ | ขึ้นรถบริเวณฝั่งหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สายสำโรง-บางบ่อ |
ต่อรถสองแถวสีส้ม | ขึ้นรถฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สาย Big-C บางพลี ลงที่เดียวกัน |
แท็กซี่ | ประมาณ 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ 120 บาท |
กดซับสไครป์ช่อง Youtube ของเราได้แล้ววันนี้! และขอขอบคุณสำหรับกำลังใจในการกดไลค์ และแชร์ ด้วยนะครับ
