ทริปเดินเล่นที่ยูฟุอิน และไปนอนค้างแรมกันต่อสองคืนที่เบปปุ เป็นแพลนที่จะไปพักโรงแรมสไตล์เรียวกัง
และแช่ออนเซนกันเพื่อคลายเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางมาต่อเนื่อง 4 วันก่อนหน้า
แต่ไปๆ มาๆ ก็อดที่จะเดินเล่นกันทั้งวันเหมือนเดิมไม่ได้ ก็มาญี่ปุ่นทั้งทีนี่นา เนอะ!
บ่อน้ำพุน้ำร้อนสีเขียวทะเลที่ควันพวยพุ่ง ตัดกับกับฉากหลังประตูโทริอิสีแดง ที่ ‘Umi Jigoku’
สถานีรถไฟคุรุเมะ ที่เรามาลงเพื่อต่อขบวน “ยูฟุอิน โนะ โมริ” เนื่องจากยังพอมีเวลาก่อนรถไฟจะมา เราจึงเดินออกมาเก็บภาพความสวยงามสไตล์วินเทจของสถานีแห่งนี้
ยูฟุอิน โนะ โมริ สายรถไฟดีไซน์คลาสสิค ที่ต้องจองล่วงหน้าเพื่อที่จะได้นั่ง
ด้านในรถไฟตบแต่งสวยงามสไตล์ยุโรป ในส่วนของที่นั่ง ผนัง และเพดาน สีสันก็ดูอบอุ่น ผ่อนคลาย ลงตัวไปหมด โดยแต่ละตู้โดยสาร ก็จะมีดีไซน์โทนสี และที่นั่งที่เป็นเอกลักษณ์
ตู้เสบียงที่มีคนไปยืนต่อแถวรอถ่ายรูปกันแน่นขนัด และวิวธรรมชาติสองข้างทางที่มีพนักงานคอยบรรยายให้ฟังเมื่อรถหยุดในแต่ละครั้ง
สตอเบอรี่จากอะโสะ ที่ซื้อมาเมื่อวานหวานฉ่ำ
นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักที่นี่ แนะนำว่าให้รีบฝากกระเป๋าที่สถานีตั้งแต่ลงรถไฟมา เพราะตู้จะเต็มเร็วมาก
ตุ๊กตาและของฝากจากสตูดิโอจิบลิ เป็นที่นิยมนำมาวางขายเกือบทุกร้าน
แม้ใบไม้จะร่วงโรยไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังคงความงดงามตามฤดู ตามสิ่งที่เราเลือกที่จะมอง
ส่วนมุมถ่ายมหาชนที่ทะเลสาบคินริน ที่ถ่ายยังไงก็ไม่ได้หมอกบนไอน้ำเยอะๆ เหมือนรีวิว หากคุณไม่ได้มาช่วงเช้า หรืออุณหภูมิอากาศที่เหมาะสม
Floral village เหมือนหมู่บ้านในนิยาย ซึ่งจริงๆ แล้วก็เหมือนโซน shopping สำหรับเราซะมากกว่า
คิดซะว่าเดินเพลินๆ ได้ มีมุมถ่ายรูปเยอะ และมีกิจกรรมดูสัตว์ กับคาเฟ่แมวด้วยนะ
วิวด้านบนของถนนย่านการค้า
ร้านอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบไม้ สไตล์งานคราฟท์
ยูฟุอิน โชยุ สาขาใหญ่ ขายเครื่องเทศ เครื่องปรุงอาหาร
ขนมนี่รสชาติหวานๆ เหมือนปาท่องโก๋กรอบเคลือบน้ำตาลบ้านเรานั่นแหละ
Yuzu Kosho ของขึ้นชื่อของร้าน อันนี้ซื้อกลับมาด้วยรสชาติถูกปากดี
แวะดื่มกาแฟ เติมพลังกันสักหน่อย ที่นี่มีลาเต้อาร์ต ที่ให้เราวาดเล่นบนฟองนมเองได้ด้วยนะ
ส่วนอาหารที่นี่ก็จะเป็นพวก Brunch หรือมื้อย่อยๆ เสียมากกว่า
นั่งรถไฟต่อมาถึงสถานีเบปปุในช่วงหัวค่ำ
รีบไปเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม New Matsumi
ออกไปกินซาซิมิเซ็ท และข้าวหน้าเทมปุระรวม ที่ร้าน Toyotsune ใกล้ที่พัก
นอนฟุตงกันคืนนี้
ออนเซนแบบรวมชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นริมชายฝั่งยามเช้า และบรรยากาศด้านหลังของโรงแรมที่ติดทะเล
เช้าวันนี้เริ่มต้นทัวร์บ่อน้ำพุร้อนในเบปปุตามแพลนที่วางไว้ โดยเริ่มจาก บ่อนรก Chinoike หรือบ่อสีเลือด ตรงกับธีมเป็นที่แรก
มีจุดบริการให้เราสามารถนั่งแช่เท้าเพื่อผ่อนคลาย และให้เอาหน้าไปอังใกล้ๆ หรือให้อ้าปากเพื่อรับไอร้อน เห็นว่าดีต่อสุขภาพ (มั้ง)
Kamado Jigoku บ่อน้ำร้อนสีฟ้าครามสดใส
แต่ละโซนของบ่อน้ำร้อน จะมีระยะทางห่างกันค่อนข้างมาก ดังนั้นควรวางแผนการเดินทางให้ดี
‘Umi Jigoku’ กับบริเวณทางเข้าที่ตกแต่งสไตล์สวนญี่ปุ่น ซึ่งด้านในมีควันพวยพุ่งของบ่อน้ำพุร้อนสีน้ำทะเลบลอยอยู่
นั่งรถต่อมาที่ป้าย Jizo Yuno เพื่อมายัง Myoban ที่นี่เป็นแหล่งผลิตผงออนเซนขั้นตอนแบบโบราณ และยังมีบ่อน้ำพุร้อน ห้องสำหรับบริการสปา
หรือซาวน่าจากไอน้ำร้อนธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว
ร้านพุดดิ้งที่นึ่งจากไอน้ำพุร้อนธรรมชาติชื่อดัง ‘Okamotoya’
รสชาติหอมละมุน นุ่มลิ้น ละลายในปาก
บรรยากาศของเมืองแห่งออนเซน จากบนรถบัส
‘Japanese Inn Kokage’ ที่พักสไตล์โฮสเทล ที่มีออนเซนราคาประหยัด ซึ่งคุณป้าเจ้าของก็น่ารักมากๆ เป็นมิตรกับคนไทยสุดๆ
ส่วนออนเซนของที่นี่ คุณป้าจะให้เราจองเวลาเอาไว้เป็นรอบๆ ละ 30 นาที ถ้าไปเป็นคู่สามารถเข้าพร้อมกันแบบไพรเวทได้เลยไม่ต้องกังวล
สำหรับใครที่ไปพักโรงแรมที่ไม่มีบ่อออนเซ็นนั้นไม่ต้องกังวล เพราะที่เมืองเบปปุนี้ยังมียังคงมีโรงอาบน้ำสาธารณะให้ใช้บริการอีกมากมาย
ที่ควรระวังคืออย่าลืมเรื่องมารยาทและวิธีใช้บริการด้วยนะ
